ReadyPlanet.com
dot dot
dot
นางญาณกร  จันทหาร
dot
dot
dot
dot
dot
bulletแบบคัดกรองของกระทรวง
bulletคป.01 แบบคำขอสิ่งอำนวยความสะดวกฯ
bulletใบสมัครหน่วยบริการ
bulletใบสมัครเป็นผู้ให้บริการ
dot
dot
bulletความบกพร่องทางการเห็น
bulletความบกพร่องทางการได้ยิน
bulletความบกพร่องทางสติปัญญา
bulletความบกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพ
bulletความบกพร่องทางการพูดและภาษา
bulletความบกพร่องทางการเรียนรู้
bulletความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
bulletบุคคลออทิสติก
bulletพิการซ้อน
dot
dot
bulletกิจกรรมบำบัด
bulletกายภาพบำบัด
bulletศิลปะบำบัด
bulletดนตรีบำบัด
bulletการแก้ไขการพูด
bulletเรียนร่วม
bulletCBR
dot
dot
bulletส่วนกลาง
bulletเขตการศึกษา 1
bulletเขตการศึกษา 2
bulletเขตการศึกษา 3
bulletเขตการศึกษา 4
bulletเขตการศึกษา 6
bulletเขตการศึกษา 7
bulletเขตการศึกษา 8
bulletเขตการศึกษา 9
bulletเขตการศึกษา 10
bulletเขตการศึกษา 11
bulletเขตการศึกษา 12
dot
dot
กระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
คุรุสภา




ความบกพร่องทางการพูดและภาษา

ความบกพร่องทางการพูด และภาษา

                    
       เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด หมายถึง    เด็กที่มีความบกพร่องซึ่งเกิดจาก
    การพูดผิดปกติ          ในด้านความชัดเจนในการปรับปรุงแต่งระดับและคุณภาพของเสียง
   จังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด   ความบกพร่องทางการพูดพิจารณาได ้ 3  ด้าน    ดังนี้
                1. ความบกพร่องในด้านการปรุงเสียง (Articulator Disorders)  แบ่งเป็น  4  ลักษณะ คือ
                     1.1  เสียงบางส่วนของคำขาดหายไป  เช่น  "ความ"  เป็น  "คาม"  เป็นต้น
                     1.2  ออกเสียงของตัวอื่นแทนตัวที่ถูกต้อง  เช่น  "กิน"  "จิน"  เป็นต้น 
                     1.3  เพิ่มเสียงที่ไม่ใช่สียงที่ถูกต้องลงไปด้วย  เช่น  "หกล้ม"  เป็น  "หก-กะ-ล้ม"
                     1.4  เสียงเพี้ยนหรือเปล่งไป   เช่น  "แล้ว"  เป็น  "แล่ว"
                     ทั้งนี้จะต้องพิจารณาว่าความบกพร่องเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆ     เป็นประจำหรือไม่
    ขนบธรรมเนียมหรือประเพณีของผู้พูดเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ถ้าเกิดขึ้นนานๆ ครั้ง และเป็น
    วัฒนธรรมของผู้พูดก็ไม่ถือว่าผิดปกติ เช่น คนภาคใต้เรียกแมงกะพรุนว่า แมงพุนก็ไม่ถือว่า
    ผิดปกติแต่อย่างใด 
                2. ความบกพร่องของเสียงพูด (Voice Disorders)  แบ่งเป็น 3  ลักษณะ   คือ 
                     2.1 ความบกพร่องของระดับเสียง เช่น เสียงสูงหรือต่ำตลอดเวลา หรือเสียงที่พูด
    อยู่ในระดับเดียวตลอด เสียงพูดผิดเพศ ผิดวัย 
                     2.2 เสียงดังหรือค่อยเกินไป คล้ายๆ กับตะโกน หรือกระซิบอยู่ตลอดเวลา 
                     2.3 คุณภาพของเสียงไม่ดี    เช่น    เสียงแตกพร่า   เสียงกระด้าง    เสียงแหบแห้ง
    ตลอดเวลา  เป็นต้น
                3. ความบกพร่องของจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด (Speech Flow Disorders) 
   แบ่งเป็น  5 ลักษณะ  คือ
                     3.1 พูดไม่ถูกตามลำดับขั้นตอน ไม่เป็นไปตามโครงสร้างของภาษา
                     3.2 การเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง 
                     3.3 อัตราการพูดเร็วหรือช้าเกินไป 
                     3.4 จังหวะของเสียงพูดผิดปกติ 
                     3.5 เสียงพูดขาดความต่อเนื่อง สละสลวย 
                      ความบกพร่องประเภทนี้พบมากคือการติดอ่างและพูดเร็วรัว คนติดอ่างจะมีความ
    ผิดปกติเกี่ยวกับการพูด เช่น พูดซ้ำคำคำเดียวหลายๆ ครั้ง หรืออึดอักๆ เสียงยืดยานคาง พูด
    ขาดเป็นห้วงๆ  มีกิริยาท่าทางที่แสดงถึงความยากลำบากในการออกเสียงส่วนการพูดเร็วเกิน
    ไปนั้น เสียงพูดจะผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็นรูปประโยคผิดไปสลับเสียงตัวหนึ่ง  เป็นต้น

                      ความบกพร่องทางภาษา หมายถึง การขาดความสามารถที่จะเข้าใจความหมายของ
    คำพูด และ/หรือไม่สามารถแสดงความคิด ออกมาเป็นถ้อยคำได้ ซึ่งพิจารณาได้ 3 ด้าน ดังนี้

                1. การพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าวัย (Delayed Language) มี  5  ลักษณะ  คือ 
                    1.1  มีความยากลำบากในการใช้ภาษา
                    1.2  มีความผิดปกติของไวยากรณ์และโครงสร้างของประโยค
                    1.3 ไม่สามารถสร้างประโยคได้
                    1.4  มีความบกพร่องทางเชาว์ปัญญา อารมณ์ สมองผิดปกติ 
                    1.5  ภาษาที่ใช้เป็นภาษาห้วน ๆ 
               2. การไม่มีความสามารถเข้าใจและสร้างถ้อยคำ (Aphasia) เนื่องจากสมองหรือปราสาท
   ได้รับการกระทบกระเทือนหรือบาดเจ็บ มี 7 ลักษณะ คือ 
                    2.1  อ่านไม่ออก 
                    2.2  เขียนไม่ได้ 
                    2.3  สะกดคำไม่ได้ 
                    2.4  ใช้ภาษาสับสนยุ่งเหยิง
                    2.5  จำคำหรือประโยคไม่ได้
                    2.6  ไม่เข้าใจคำสั่ง 
                    2.7  อารมณ์ไม่คงที่
               3. ความขัดแย้งเกี่ยวกับภาษา (Specific Language Disabilities)   เนื่องจากสมองได้รับ
    บาดเจ็บ จากการกระทบกระเทือน มี 2 ลักษณะ  คือ
                 3.1  ความผิดปกติแต่กำเนิด (Congenital   Aphasia) เนื่องจากสมองได้รับบาดเจ็บ
   จากการกระทบกระเทือน มี 2 ลักษณะ คือ
                    3.1.1  ความขัดแย้งกันของสิ่งที่ได้ยินจริงๆ กับสิ่งที่คาดว่าจะได้ยิน
                    3.1.2  ความขัดแย้งกันในการจำเสียงที่ได้ยิน 
                    3.1.3  ความขัดแย้งกันในการประสมประสานเสียงที่ได้ยิน
                    3.1.4  ความขัดแย้งกันในความเข้าใจภาษาพูด 
                    3.1.5  ความขัดแย้งในการแสดงออกทางภาษา 
                ลักษณะดังกล่าวส่วนใหญ่เกิดกับเด็กซึ่งหูหนวกมาแต่แรกเกิด  จึงทำให้เด็กขาด
    พัฒนาการทางภาษาไป 
                 3.2   ความผิดปกติหลังการพัฒนาภาษา (Developmental Aphasia) เกิดขึ้นหลังจากท 
    เด็กมีพัฒนาการทางภาษาแล้ว

                จึงอาจกล่าวได้ว่า  ความผิดปกติทางการพูดมีความแตกต่างจากความผิดปกติทางภาษา
    คือ ความผิดปกติทางการพูด   เป็นความผิดปกติที่เกี่ยวกับเสียงพูดในด้านการปรุงแต่งระดับ
    และคุณภาพของเสียงจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด           ส่วนความผิดปกติทางภาษาเป็น
    ความผิดปกติด้านการพัฒนาทางภาษาความสามารถเกี่ยวกับความเข้าใจ      การสร้างถ้อยคำ
    และความผิดปกติที่เกิดก่อน และหลังการมีพัฒนาการทางภาษา







ขอขอบคุณที่ไว้วางใจในการมารับบริการ

ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 5 จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่อยู่ :  เลขที่ 85   หมู่ 4 ตำบลทับตีเหล็ก อำเภอเมือง
จังหวัดสุพรรณบุรี      รหัสไปรษณีย์ 72000
เบอร์โทร : 035-454082-3     อีเมล : special_ed5@outlook.com
เว็บไซต์ : www.specialcenter5.org

 

Web Counters
Hit Counter